พวงหรีด

พวงหรีด พวงหรีดมีของแต่งแต้มตกแต่งต่างๆมากซึ่งต่างๆนาๆตามจังหวะ อย่างเช่น ถ้าเกิดมีไว้สำหรับวันคริสต์มาส ก็จะมีรายการต่างๆอย่างเช่น ฮอลลี่เบอร์รี่รวมทั้งโคนต้นสน นอกจากนี้ยังมีพวงหรีดหลายประเภท: บางแบบมีลายดอกไม้ ในช่วงเวลาที่บางแบบมีธีมที่เขียวชอุ่มทั้งปี     พระราชกรณียกิจ ร.9   พระราชกรณียกิจ ร.9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมที่นาถบพิตร ทรงเป็นพระเจ้าอยู่หัวที่ครองบัลลังก์นานที่สุดในประเทศไทย ด้วยระยะเวลาถึง 70 ปี 4 เดือน ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองบัลลังก์ จนถึงทรงเสด็จสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ท่านยังทรงเป็นหวานใจรวมทั้งเคารพนับถือของไทยทั่วทั้งประเทศ รวมไปถึงคนประเทศอื่นหลายท่านทั่วทั้งโลกตลอดมา ท่านทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆเพื่อทำให้ประชากรคนประเทศไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งพระราชกรณียกิจที่สะดุดตาของท่านมีดังนี้ โครงการแกล้งดิน เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ท่านทรงมองเห็นถึงปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญ โน่นคือปัญหาดินกรดจนกระทั่งไม่สามารถทำไร่ทำนาใดๆก็ตามได้ ท่านจึงคิดหาทางแก้ ด้วยแนวทางที่เรียกว่า “แกล้งดิน” โดยโครงการนี้ใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนทดลองถึง 2 ปี ที่ศูนย์ศึกษาเล่าเรียนการพัฒนาพิกุลทอง ซึ่งมีวิธีการคือ ทําดินให้แห้งรวมทั้งแฉะสลับกันไป เพื่อเป็นการรีบปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งขั้นตอนการนี้จะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ ทําปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ รวมทั้งปล่อยกรดกํามะถันออกมา ซึ่งผลสรุปคือดินจะเปลี่ยนเป็นกรดจัด ทำไปเรื่อยๆดินจนกระทั่งไม่สามารถปลูกพืชได้ แล้วต่อจากนั้นจึงหาวิธีเพื่อแก้ไขดินให้กลับมาสามารถปลูกพืชได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขดินมีอยู่ด้วยกัน 3 แนวทางดังต่อไปนี้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ท่านทรงมองเห็นถึงปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญ โน่นคือปัญหาดินกรดจนกระทั่งไม่สามารถทำไร่ทำนาใดๆก็ตามได้ ท่านจึงคิดหาทางแก้ ด้วยแนวทางที่เรียกว่า “แกล้งดิน” โดยโครงการนี้ใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนทดลองถึง 2 ปี ที่ศูนย์ศึกษาเล่าเรียนการพัฒนาพิกุลทอง ซึ่งมีวิธีการคือ ทําดินให้แห้งรวมทั้งแฉะสลับกันไป เพื่อเป็นการรีบปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งขั้นตอนการนี้จะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ ทําปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ รวมทั้งปล่อยกรดกํามะถันออกมา ซึ่งผลสรุปคือดินจะเปลี่ยนเป็นกรดจัด ทำไปเรื่อยๆดินจนกระทั่งไม่สามารถปลูกพืชได้ แล้วต่อจากนั้นจึงหาวิธีเพื่อแก้ไขดินให้กลับมาสามารถปลูกพืชได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไขดินมีอยู่ด้วยกัน 3 แนวทางดังต่อไปนี้1. ใช้น้ำล้างความเป็นกรดของดิน เนื่องจากจะเป็นการเพิ่ม ค่า pH ให้แก่ดินรวมทั้งดินจะหายเปรี้ยว รวมทั้งถ้าเกิดใช้ปุ๋ยไนโตรเจนรวมทั้งฟอสเฟตเสริม ก็จะก่อให้สามารถปลูกพืชได้นั่นเอง2. ใช้ปูนมาร์ลผสมคละเคล้ากับหน้าดิน3. ใช้ทั้งคู่แนวทางข้างต้นผสมกัน   โครงการปลูกหญ้าแฝก โครงการนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2534 ซึ่งท่านทรงคิดโครงการนี้ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการพังทลายของหน้าดิน รวมทั้งเหตุผลที่เลือกใช้หญ้าแฝก โน่นเนื่องจาก หญ้าแฝกเป็นพืชที่คงทน มีรากยาวลึกลงไปในแผ่นดิน ทั้งรากยากแผ่กระจายไปในรอบๆรอบๆ ซึ่งเป็นการยึดเกาะหน้าดินไม่ให้พังทลายนั่นเอง รวมทั้งที่สำคัญคือหญ้าแฝกเป็นพืชที่ไม่ยุ่งยากต่อการดูแลอีกด้วย โครงการแก้มลิง ท่านทรงเริ่มโครงการนี้ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานโน่นคือ อุทกภัยพื้นที่การกสิกรรมเสียหาย รวมทั้งมีน้ำไม่เพียงพอต่อความปรารถนาในหน้าแล้ง ท่านจึงบากบั่นหาวิธีปรับปรุงโดยดูจากลิง เมื่อมันได้กล้วยมา มันก็จะปลอกกล้วยเข้าปากโดยทันที แล้วนำกล้วยนั้นไปกักตุนเก็บไว้ที่กระพุ้งแก้มจนกระทั่งเต็ม รวมทั้งเมื่อถึงเวลาหิว มันก็จะนำออกมาเคี้ยวในวันหลัง ด้วยเหตุผลนี้ท่านทรงมีตรัสให้กรมชลประทานทำแก้มลิงขึ้นในหลายจังหวัด ทั้งยังในกรุงเทพมหานครรวมทั้งละแวกใกล้เคียง รวมถึงจังหวัดอื่นๆอีกหลายแห่ง ถือว่าโครงการแก้มลิง นับว่าเป็นอีกโครงการสำคัญที่ช่วยบรรเทาความลำบากของชาวไทยมาจนถึงทุกวันนี้ โครงการฝนหลวง   โครงการพระราชดำริฝนหลวง เป็นความคิดเริ่มที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2498 พอท่านเดินทางไปเลิศประชาชนในพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดาร 15 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านได้ทรงรู้ถึงความลำบาก ทุกข์เข็ญของประชาชน รวมทั้งเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการกสิกรรม แล้วต่อจากนั้นท่านทรงใช้เวลานานถึง 14 ปี ในการวิจัยรวมทั้งศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับการอุตุนิยมวิทยา รวมทั้งการดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นแถวทางการแก้ปัญหานี้จนกระทั่งชำนิชำนาญแล้ว จึงลงมือทดลองทำฝนหลวงทีแรกเมื่อปี 2512 โดยใช้สารเคมีโปรยใส่ก้อนเมฆบนฟ้า ตราบจนกระทั่งเกิดปฏิกิริยากับก้อนเมฆโน่น รวมทั้งก่อตัวเป็นไอน้ำ ในที่สุดก็จะกลั่นตัวออกมาเปลี่ยนเป็นหยาดฝนได้สำเร็จรวมทั้งใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน     โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ทำขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 โดยทำขึ้นเป็นรูปเล่ม รวมทั้งมีเล็กน้อยได้เผยแพร่ออนไลน์ สารานุกรมทั้งหมดทั้งปวงที่ทำออกมาจะสะสมเนื้อหาจากหลายสาขาวิชาที่มีความรู้และมีความเข้าใจรวมทั้งมีคุณประโยชน์ต่อเยาวชน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้เยาวชนสามารถหาอ่านวิชาความรู้พวกนี้ได้ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้พัฒนาตัวเองให้เป็นอย่างยิ่งสำคัญในการพัฒนาของประเทศต่อไป โดยแยกเป็นฉบับปกติ 37 เล่ม รวมทั้งฉบับเสริมการศึกษาอีก 20 เล่ม โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ทำขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 โดยทำขึ้นเป็นรูปเล่ม รวมทั้งมีเล็กน้อยได้เผยแพร่ออนไลน์ สารานุกรมทั้งหมดทั้งปวงที่ทำออกมาจะสะสมเนื้อหาจากหลายสาขาวิชาที่มีความรู้และมีความเข้าใจรวมทั้งมีคุณประโยชน์ต่อเยาวชน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายให้เยาวชนสามารถหาอ่านวิชาความรู้พวกนี้ได้ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้พัฒนาตัวเองให้เป็นอย่างยิ่งสำคัญในการพัฒนาของประเทศต่อไป โดยแยกเป็นฉบับปกติ 37 เล่ม รวมทั้งฉบับเสริมการศึกษาอีก 20 เล่ม